โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการสร้างเครือข่ายชุมชน
เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาที่ดิน กับ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วันที่ 16-17 สิงหาคม 2554
ณ อาคารฝึกอบรมสำนักงานพัฒนาที่ดืนเขต 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

กรมพัฒนาที่ดิน เปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมการสร้างเครือข่ายชุมชน เพื่อการพัฒนา
การเกษตรอย่างยั่งยืนภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาที่ดิน กับ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๗ ส.ค. ๒๕๕๔ ณ อาคารฝึกอบรมของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ อ.เมือง
จ.นครราชสีมา นำร่องพื้นที่จัดการ ดินเค็ม อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เพื่อทำการศึกษาเทคนิควิธีการ
ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในการจัดการกับปัญหา

นายเกรียงศักดิ์ หงษ์โต รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านบริหาร เปิดเผยว่า ปัญหาดินเค็ม ที่แพร่กระจายอยู่ตามพื้น
ที่นาในจังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือการจัดการปัญหาดินเค็มที่ได้ผลคือ การลดและควบคุม
ปริมาณน้ำ ใต้ดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งทำได้หลายวิธี ทั้งการใช้ระบบการปลูกพืชที่มีประสิทธิภาพ
ในการควบคุมระดับน้ำใต้ดิน และปลูกพืชทนเค็มเพื่อช่วยฟื้นฟูดินเค็ม หรือใช้วิธีกล เช่น การวางระบบ
ท่อระบายน้ำใต้ดิน อย่างไรก็ตามการจัดการพื้นที่ดินเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งออสเตรเลียเป็น
ประเทศหนึ่งที่มีความก้าวหน้าในเรื่องการจัดการพื้นที่ ดินเค็มอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการผลักดันให้เครือข่ายชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากร
โดยเน้นการวางแผนการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติที่เรียกว่า landcare ซึ่งเป็นการจัดตั้งกลุ่มชุมชนมากกว่า ๔,๐๐๐ กลุ่ม ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยที่แต่ละกลุ่มจะมีการ
วางแผนงาน กิจกรรมของกลุ่ม และมีการประสานเชื่อมโยงกับภาคเอกชน และภาครัฐ อย่างเป็นระบบ ในการแก้ไขปัญหา จึงทำให้แผนงานพัฒนาที่ดินของประเทศออสเตรเลียเกิดผลสำเร็จอย่างยิ่งโดยเฉพาะทาง
ด้านการจัดการปัญหาดินเค็ม และการทำเกษตร อินทรีย์ เมื่อวันที่ ๑๑ – ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา
ภายใต้การสนับสนุนการดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ
สำนักงานการเกษตรต่างประเทศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง เครือรัฐออสเตรเลียและ Australian Landcare International
กรมพัฒนาที่ดินจึงได้จัดส่งทีมนักวิชาการที่มีความรู้ความชำนาญเรื่องการ จัดการดินเค็ม เดินทางไปร่วมปรึกษาหารือและศึกษาดูงานด้านการจัดการพื้นที่ดินเค็ม การพัฒนาชุมชน และการพัฒนา การเกษตรแบบยั่งยืน (Landcare) ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศเครือรัฐออสเตรเลีย

 

ซึ่ง กรมฯ จะนำมาใช้เป็นต้นแบบในการสร้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนใน ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การศึกษาปัญหา วิธีการแก้ไขตลอดจนนำผล
การศึกษา เผยแพร่ต่อชุมชน และให้เกษตรกรรวมกันเป็นอาสาสมัคร รวมกลุ่มกันปลูกป่า มุ่งเน้นทางด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยในการป้องกันการชะล้าง
พังทลายของดิน การวางแผนการแก้ไขปัญหาดินเค็มในระดับไร่นา โดยที่สมาชิกอาสาจะได้รับผลประโยชน์จากรัฐบาล มากกว่าเกษตรกรทั่วไป

ดังนั้นกรมพัฒนาที่ดิน จึงได้ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการสร้างเครือข่ายชุมชน
เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ อาคารฝึกอบรมของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนเป้าหมาย และสร้างเครือข่ายการมี ส่วนร่วมในการจัดการกลุ่มเครือข่ายและการจัดการแก้ไขปัญหาดินเค็มที่เป็น ปัญหาหลักในพื้นที่
ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาดินเค็มจัด และระดมความคิดเห็นในการจัดทำแนวทางการจัดการทรัพยากรดิน เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
โดยใช้ระบบชุมชนแบบมีส่วนร่วม ทั้งนี้การดำเนินงานจะใช้พื้นที่ดินเค็ม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่นำร่อง โดยคัดเลือกพื้นที่ในเขตอำเภอขามทะเลสอ
จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีความเค็มจัด และมีปริมาณฝนน้อย เพื่อทำการศึกษาเทคนิควิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในการจัดการกับปัญหา ทั้งนี้
ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมมีจำนวน ๘๕ คน ประกอบด้วย ประธานและสมาชิกกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ อบต. หมอดินอาสา เกษตรกรผู้นำจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
จากการแพร่กระจายของความเค็ม ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๔ ชุมชนๆ ละ ๕ คน รวม ๒๐ คน และจังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๘ ชุมชนๆ ละ ๕ คน รวม ๔๐ คน
รวมเป้าหมาย ๒ จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น ๖๐ คน นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการจากสำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักนิเทศและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน
สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ ๔ และ ๕ และวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รวม ๒๕ คน

รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านบริหาร กล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการดังกล่าว คือ
ชุมชนเป้าหมายในพื้นที่ที่มีปัญหาดินเค็มของอำเภอขาทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑๒ ชุมชน และอีก ๔ ชุมชน จากจังหวัดขอนแก่น
จะได้รับองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาดินเค็มด้วยวิธีการต่างๆ และมีการเตรียมความพร้อม เพื่อพัฒนาสู่การสร้างเครือข่ายการจัดการทรัพยากรดิน
เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนของชุมชน และได้ชุมชนที่มีความพร้อมมากที่สุดทั้งด้านสภาพปัญหาของพื้นที่ ความเข้มแข็งของกลุ่มคัดเลือกมา ๕ ชุมชนเป้าหมายแรก ในการจัดการทำแผนปฏิบัติงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่าง ยั่งยืน ปี ๒๕๕๔ ลงในระดับพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในเดือน
กันยายน ๒๕๕๔ นอกจากนี้แล้วการที่กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มหมอดินอาสาทั่ว ประเทศประมาณ ๗๐,๐๐๐ กลุ่ม เพื่อเป็นตัวแทนของกรมพัฒนาที่ดิน
ในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ จึงถือว่าเป็นข้อได้เปรียบหนึ่งในด้านการเตรียมความพร้อมของชุมชนด้าน
บุคลากร และหากมีความร่วมมือ และเรียนรู้การประยุกต์ใช้ระบบ landcare ของประเทศออสเตรเลียแล้ว ก็จะเป็นการต่อยอดงานหมอดินอาสาให้มีประสิทธิภาพ
โดยกรมพัฒนาที่ดินจะดำเนินการคัดเลือกพื้นที่อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งมีความเค็มจัด และมีปริมาณฝนน้อย
เพื่อทำการศึกษาเทคนิควิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในการจัดการกับปัญหา ดินเค็ม โดยที่จะเป็นต้นแบบเครือข่ายการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ได้รับการพัฒนาให้มี
ประสิทธิภาพ ในการดำเนินการแก้ไขและฟื้นฟูดินเค็มที่เหมาะสมกับพื้นที่ดินเค็มจัดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างยั่งยืน

เมื่อจบหลักสูตรการฝึกอบรม นายพิพัฒน์ สุวัชรังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ ได้มอบใบประกาศแก่ผู้เข้าอบรม โดยแบ่งเป็นกล่มทั้ง 12 กลุ่ม กล่าวปิดการอบรม