ซึ่ง กรมฯ จะนำมาใช้เป็นต้นแบบในการสร้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนใน ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การศึกษาปัญหา วิธีการแก้ไขตลอดจนนำผล
การศึกษา
เผยแพร่ต่อชุมชน และให้เกษตรกรรวมกันเป็นอาสาสมัคร รวมกลุ่มกันปลูกป่า มุ่งเน้นทางด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยในการป้องกันการชะล้าง
พังทลายของดิน
การวางแผนการแก้ไขปัญหาดินเค็มในระดับไร่นา โดยที่สมาชิกอาสาจะได้รับผลประโยชน์จากรัฐบาล มากกว่าเกษตรกรทั่วไป
ดังนั้นกรมพัฒนาที่ดิน จึงได้ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมการสร้างเครือข่ายชุมชน
เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ อาคารฝึกอบรมของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนเป้าหมาย และสร้างเครือข่ายการมี ส่วนร่วมในการจัดการกลุ่มเครือข่ายและการจัดการแก้ไขปัญหาดินเค็มที่เป็น ปัญหาหลักในพื้นที่
ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาดินเค็มจัด และระดมความคิดเห็นในการจัดทำแนวทางการจัดการทรัพยากรดิน เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
โดยใช้ระบบชุมชนแบบมีส่วนร่วม ทั้งนี้การดำเนินงานจะใช้พื้นที่ดินเค็ม ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่นำร่อง โดยคัดเลือกพื้นที่ในเขตอำเภอขามทะเลสอ
จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีความเค็มจัด และมีปริมาณฝนน้อย เพื่อทำการศึกษาเทคนิควิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในการจัดการกับปัญหา ทั้งนี้
ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมมีจำนวน ๘๕ คน ประกอบด้วย ประธานและสมาชิกกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ อบต. หมอดินอาสา เกษตรกรผู้นำจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
จากการแพร่กระจายของความเค็ม ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๔ ชุมชนๆ ละ ๕ คน รวม ๒๐ คน และจังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๘ ชุมชนๆ ละ ๕ คน รวม ๔๐ คน
รวมเป้าหมาย ๒ จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น ๖๐ คน นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการจากสำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักนิเทศและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน
สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ ๔ และ ๕ และวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รวม ๒๕ คน
รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินด้านบริหาร กล่าวด้วยว่า ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการดังกล่าว คือ
ชุมชนเป้าหมายในพื้นที่ที่มีปัญหาดินเค็มของอำเภอขาทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑๒ ชุมชน และอีก ๔ ชุมชน จากจังหวัดขอนแก่น
จะได้รับองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาดินเค็มด้วยวิธีการต่างๆ และมีการเตรียมความพร้อม เพื่อพัฒนาสู่การสร้างเครือข่ายการจัดการทรัพยากรดิน
เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนของชุมชน และได้ชุมชนที่มีความพร้อมมากที่สุดทั้งด้านสภาพปัญหาของพื้นที่ ความเข้มแข็งของกลุ่มคัดเลือกมา ๕ ชุมชนเป้าหมายแรก
ในการจัดการทำแผนปฏิบัติงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่าง ยั่งยืน ปี ๒๕๕๔ ลงในระดับพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในเดือน
กันยายน ๒๕๕๔ นอกจากนี้แล้วการที่กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มหมอดินอาสาทั่ว ประเทศประมาณ ๗๐,๐๐๐ กลุ่ม เพื่อเป็นตัวแทนของกรมพัฒนาที่ดิน
ในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินแก่เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ จึงถือว่าเป็นข้อได้เปรียบหนึ่งในด้านการเตรียมความพร้อมของชุมชนด้าน
บุคลากร และหากมีความร่วมมือ และเรียนรู้การประยุกต์ใช้ระบบ landcare ของประเทศออสเตรเลียแล้ว ก็จะเป็นการต่อยอดงานหมอดินอาสาให้มีประสิทธิภาพ
โดยกรมพัฒนาที่ดินจะดำเนินการคัดเลือกพื้นที่อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งมีความเค็มจัด และมีปริมาณฝนน้อย
เพื่อทำการศึกษาเทคนิควิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในการจัดการกับปัญหา ดินเค็ม โดยที่จะเป็นต้นแบบเครือข่ายการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ได้รับการพัฒนาให้มี
ประสิทธิภาพ ในการดำเนินการแก้ไขและฟื้นฟูดินเค็มที่เหมาะสมกับพื้นที่ดินเค็มจัดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างยั่งยืน
เมื่อจบหลักสูตรการฝึกอบรม นายพิพัฒน์ สุวัชรังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๓ ได้มอบใบประกาศแก่ผู้เข้าอบรม โดยแบ่งเป็นกล่มทั้ง 12 กลุ่ม กล่าวปิดการอบรม |